Thursday, January 3, 2019

หนานหวาดเล่า 07 อนุสรณ์ช้างเผือก

ตำนานช้างเผือกอารักษ์เมืองเชียงใหม่ @ อนุสาวรีย์ช้างเผือก สถานที่ตั้ง : ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พิกัด : 18.800422,98.986272 อนุสาวรีย์ช้างเผือก ตั้งอยู่บริเวณข่วงช้าง ด้านหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่แห่งที่ 1 หรือสถานีขนส่งช้างเผือก เป็นท่าขึ้นรถเพื่อเดินทางภายในจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างอำเภอ และระหว่างอำเภอไปยังจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะไม่คุ้นเคยกับสถานีขนส่งแห่งนี้เท่าไหร่ ทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็น อนุสาวรีย์ช้างเผือก อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่บารมีมาพร้อมกับประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ อนุสาวรีย์ช้างเผือก มีความสำคัญต่อเมืองเชียงใหม่ทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมความเชื่อ มีประวัติความเป็นมาปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ โดยแบ่งเป็น 2 ความเชื่อ ความเชื่อแรกกล่าวถึงในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 ของราชวงศ์มังราย อาณาจักรล้านนากับอาณาจักรสุโขทัยมีสัมพันธ์ไมตรีอันดีต่อกัน ครั้งหนึ่งกษัตริย์ของสุโขทัย คือ พระมหาธรรมราชาที่ 3 เกิดความขัดแย้งกับกษัตริย์อยุธยา จึงได้มีราชสาสน์มาขอกองทัพเชียงใหม่ไปช่วยรบกับอยุธยา พญาแสนเมืองมาทรงยกกองทัพไปช่วย เมื่อถึงสุโขทัยได้ตั้งทัพอยู่นอกเมืองแล้วพักพลรอให้พระมหาธรรมราชาที่ 3 ออกมาต้อนรับ แต่การณ์กลับเป็นว่าสุโขทัยยกทัพเข้าลอบโจมตีทัพเชียงใหม่ในยามวิกาลโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทัพเชียงใหม่แตกพ่าย พญาแสนเมืองมาพลัดหลงออกนอกจากกองทัพ จนได้พบกับชายสองคน ชื่อ “อ้ายออบ” กับ “อ้ายยี่ระ” บุคคลทั้งสองได้ผลัดกันแบกพระองค์มาตามทางจนถึงเมืองเชียงใหม่ คุณงามความดีครั้งนั้นพญาแสนเมืองมาทรงได้ปูนบำเหน็จพระราชทานยศทั้งสองให้เป็น ขุนช้างซ้ายกับขุนช้างขวา จากนั้นทั้งสองขุนได้ให้สร้างรูปช้างเผือกไว้สองเชือก ความเชื่อที่สอง กล่าวถึงในสมัยของพระเจ้ากาวิละ เมื่อปี พ.ศ. 2343 ท่านได้สร้างรูปปั้นช้างเผือก 2 เชือกมีขนาดโตเท่ากับช้างตัวจริง และสร้างซุ้มโค้งคลุมช้างเอาไว้ให้มองเข้าไปทางด้านหัวช้าง มีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ทิศและมีประตูเข้าออกได้ ทาด้วยสีขาวทั้งตัวช้างและกำแพง ช้างเชือกที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกชื่อ “ปราบจักรวาล” ช้างเชือกที่หันหน้าไปทางทิศเหนือชื่อ “ปราบเมืองมารยักษ์” ไว้ทางหัวเวียงนอกประตูช้างเผือก และทางฝั่งฟากตะวันออกของถนนช้างเผือก จากการสร้างอนุสาวรีย์ช้างเผือก 2 เชือกนี้จึงเป็นเหตุให้ในสมัยหลัง ชื่อประตูรอบคูเมืองทางด้านเหนือเดิมชื่อว่า “ประตูหัวเวียง” เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น “ประตูช้างเผือก” ตามชื่ออนุสาวรีย์ในปัจจุบัน อนุสาวรีย์ช้างเผือก ของอ้ายออบกับอ้ายยี่ระ จะมีความเป็นมาที่แท้จริงอย่างไร ผู้คนในสมัยปัจจุบันไม่มีใครพบเห็น อย่างไรก็ตาม รูปอนุสาวรีย์ดังกล่าวจะมีอายุยืนนานเพียงใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่พบว่ามีการสร้างรูปช้างเผือกขึ้นใหม่ ณ บริเวณใกล้เคียงกัน ในสมัยพญาติโลกราชครั้งหนึ่งและในสมัยพระเจ้ากาวิละอีกครั้งหนึ่ง แต่การสร้างสองครั้งหลังนี้เป็นการสร้างขึ้นในฐานะอารักษ์เมือง หรือ “เสื้อเมือง” ซึ่งต่างจากการสร้างครั้งแรกที่สร้างในฐานะเป็นอนุสาวรีย์

No comments:

Post a Comment