หนานหวาดเล่า 139 ตำนานเจดีย์หลวง ตอนที่ 1
Wednesday, January 9, 2019
หนานหวาดเล่า 125 พญามังรายกึ๊ดบ้านแป๋งเมือง ตอนที่ 3
หนานหวาดเล่า 125 พญามังรายกึ๊ดบ้านแป๋งเมือง ตอนที่ 3
หนานหวาดเล่า 124 พญามังรายกึดบ้านแป๋งเมือง ตอนที่ 2
หนานหวาดเล่า 124 พญามังรายกึดบ้านแป๋งเมือง ตอนที่ 2
หนานหวาดเล่า 123 พญามังรายกึ๊ดบ้านแป๋งเมือง ตอนที่1
หนานหวาดเล่า 123 พญามังรายกึ๊ดบ้านแป๋งเมือง ตอนที่1
หนานหวาดเล่า 122 เหตุการณ์หลังเวียงล้านนาล่ม ตอนที่ 2
หนานหวาดเล่า 122 เหตุการณ์หลังเวียงล้านนาล่ม ตอนที่ 2
หนานหวาดเล่า 121 เหตุการณ์หลังเวียงล้านนาล่ม ตอนที่ 1
หนานหวาดเล่า 121 เหตุการณ์หลังเวียงล้านนาล่ม ตอนที่ 1
หนานหวาดเล่า ฮิตเก่าฮอยหลัง 101 ประวัติเสาอินธขิล ตอนที่ 1
หนานหวาดเล่า ฮิตเก่าฮอยหลัง 101 ประวัติเสาอินธขิล ตอนที่ 1
หนานหวาดเล่า 91.พระนางจามเทวีกับขุนหลวงวิลังก๊ะ ตอน 2
หนานหวาดเล่า 91.พระนางจามเทวีกับขุนหลวงวิลังก๊ะ ตอน 2
หนานหวาดเล่า 90 พระนางจามเทวีกับขุนหลวงวิลังก๊ะ ตอนที่ 1
Saturday, January 5, 2019
Thursday, January 3, 2019
หนานหวาดเล่า 13 ผีปู่แสะย่าแสะ
หนานหวาดเล่า 12 บ้านพันตาเกิน
เกิ๋น คือบันไดที่ใช้ปินหรือใช้หย่อนลงบ่อน้ำ เนื่องจากบริเวณหมู่บ้านดังกล่าว เจ้าเมืองไม่มีศีลธรรม ตัดสินความอย่างผิด ๆ เทวดาจึงลงโทษให้เกิดหลุมใหญ่ เกิดน้ำพัดพาเอาบ้านเมืองและคนตกลงไปเยอะมาก ญาติจึงต้องทำบันไดซึ่งมีซี่พันซี่ พาดลงไปให้คนไต่ขึ้นมา
หนานหวาดเล่า 11 ตำนานแม่น้ำปิง
หนานหวาดเล่า 10 ตำนานเวียงใผ่
นอกจากนี้แล้วที่เวียงเจดีย์ยังมีแหล่งโบราณสถานเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง คือ วัดพระธาตุห้าดวง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านสันดอยเวียง หมู่ที่ ๔ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน วัดนี้มีโบราณสถานสำคัญอย่างหนึ่ง คือ “ พระธาตุห้าดวง “ ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวโยงไปถึงสมัยพุทธกาลกล่าวถึงพระพุทธองค์มาประทาน พระเมโทธาตุแก่พวกลัวะ ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ พระนางจามรีได้มาจากหลวงพระบาง และเป็นผู้สร้างเจดีย์ขนาดเล็กขึ้นองค์หนึ่ง หลังจากที่อาณาจักรล้านนาได้ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า ในพุทธศตวรรษที่ ๒๑ หลังจากนั้นท้าววงศ์ฝั้น ได้มาบูรณะเจดีย์ขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ.๒๔๗๖ ครูบาเจ้าศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนา
หนานหวาดเล่า 09 ตำนานเมืองลี้
หนานหวาดเล่า 08 ตำนานทุ่งหัวช้าง
ทุ่งหัวช้าง (คำเมือง: Lanna-Thung Hua Chang) เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดลำพูน และเป็นแหล่งกำเนิดต้นแม่น้ำลี้ แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัด
หนานหวาดเล่า 07 อนุสรณ์ช้างเผือก
ตำนานช้างเผือกอารักษ์เมืองเชียงใหม่ @ อนุสาวรีย์ช้างเผือก
สถานที่ตั้ง : ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด : 18.800422,98.986272
อนุสาวรีย์ช้างเผือก ตั้งอยู่บริเวณข่วงช้าง ด้านหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่แห่งที่ 1 หรือสถานีขนส่งช้างเผือก เป็นท่าขึ้นรถเพื่อเดินทางภายในจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างอำเภอ และระหว่างอำเภอไปยังจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะไม่คุ้นเคยกับสถานีขนส่งแห่งนี้เท่าไหร่ ทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็น อนุสาวรีย์ช้างเผือก อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่บารมีมาพร้อมกับประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่
อนุสาวรีย์ช้างเผือก มีความสำคัญต่อเมืองเชียงใหม่ทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมความเชื่อ มีประวัติความเป็นมาปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ โดยแบ่งเป็น 2 ความเชื่อ ความเชื่อแรกกล่าวถึงในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 ของราชวงศ์มังราย อาณาจักรล้านนากับอาณาจักรสุโขทัยมีสัมพันธ์ไมตรีอันดีต่อกัน ครั้งหนึ่งกษัตริย์ของสุโขทัย คือ พระมหาธรรมราชาที่ 3 เกิดความขัดแย้งกับกษัตริย์อยุธยา จึงได้มีราชสาสน์มาขอกองทัพเชียงใหม่ไปช่วยรบกับอยุธยา พญาแสนเมืองมาทรงยกกองทัพไปช่วย เมื่อถึงสุโขทัยได้ตั้งทัพอยู่นอกเมืองแล้วพักพลรอให้พระมหาธรรมราชาที่ 3 ออกมาต้อนรับ แต่การณ์กลับเป็นว่าสุโขทัยยกทัพเข้าลอบโจมตีทัพเชียงใหม่ในยามวิกาลโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทัพเชียงใหม่แตกพ่าย พญาแสนเมืองมาพลัดหลงออกนอกจากกองทัพ จนได้พบกับชายสองคน ชื่อ “อ้ายออบ” กับ “อ้ายยี่ระ” บุคคลทั้งสองได้ผลัดกันแบกพระองค์มาตามทางจนถึงเมืองเชียงใหม่ คุณงามความดีครั้งนั้นพญาแสนเมืองมาทรงได้ปูนบำเหน็จพระราชทานยศทั้งสองให้เป็น ขุนช้างซ้ายกับขุนช้างขวา จากนั้นทั้งสองขุนได้ให้สร้างรูปช้างเผือกไว้สองเชือก
ความเชื่อที่สอง กล่าวถึงในสมัยของพระเจ้ากาวิละ เมื่อปี พ.ศ. 2343 ท่านได้สร้างรูปปั้นช้างเผือก 2 เชือกมีขนาดโตเท่ากับช้างตัวจริง และสร้างซุ้มโค้งคลุมช้างเอาไว้ให้มองเข้าไปทางด้านหัวช้าง มีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ทิศและมีประตูเข้าออกได้ ทาด้วยสีขาวทั้งตัวช้างและกำแพง ช้างเชือกที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกชื่อ “ปราบจักรวาล” ช้างเชือกที่หันหน้าไปทางทิศเหนือชื่อ “ปราบเมืองมารยักษ์” ไว้ทางหัวเวียงนอกประตูช้างเผือก และทางฝั่งฟากตะวันออกของถนนช้างเผือก จากการสร้างอนุสาวรีย์ช้างเผือก 2 เชือกนี้จึงเป็นเหตุให้ในสมัยหลัง ชื่อประตูรอบคูเมืองทางด้านเหนือเดิมชื่อว่า “ประตูหัวเวียง” เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น “ประตูช้างเผือก” ตามชื่ออนุสาวรีย์ในปัจจุบัน
อนุสาวรีย์ช้างเผือก ของอ้ายออบกับอ้ายยี่ระ จะมีความเป็นมาที่แท้จริงอย่างไร ผู้คนในสมัยปัจจุบันไม่มีใครพบเห็น อย่างไรก็ตาม รูปอนุสาวรีย์ดังกล่าวจะมีอายุยืนนานเพียงใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่พบว่ามีการสร้างรูปช้างเผือกขึ้นใหม่ ณ บริเวณใกล้เคียงกัน ในสมัยพญาติโลกราชครั้งหนึ่งและในสมัยพระเจ้ากาวิละอีกครั้งหนึ่ง แต่การสร้างสองครั้งหลังนี้เป็นการสร้างขึ้นในฐานะอารักษ์เมือง หรือ “เสื้อเมือง” ซึ่งต่างจากการสร้างครั้งแรกที่สร้างในฐานะเป็นอนุสาวรีย์
หนานหวาดเล่า 06 เจดีย์ขาว
หนานหวาดเล่า 05 จ๊ะต๋าบ่ากอกแห้ง
หนานหวาดเล่า 04 ขุนเจื๋อง ตอน3
ขุนเจืองธรรมิกราช พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ ลำดับที่ ๒ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงแสนยานุภาพทางด้านทหารมากที่สุด สามารถรวบรวมและเป็นใหญ่ ในประเทศ ๖ ประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ทรงมีพระนามใช้เรียกถึง ๓๓ พระนาม พระองค์ทรงเป็นมหาราช จนชนชาติต่าง ๆ อ้างพระองค์เป็นบรรพบุรุษของตนเอง พระองค์ทรงครองราชย์ ขณะพระชนมายุ ๓๗ พระชันษา ทรงสวรรคตในสนามรบ ด้วยวัย ๖๗ พระชันษาในต่างแดน และเหล่าทหารเข้าต่อสู้และแย่งพระศพได้แล้วนำกลับมา ณ เมืองหิรัญเงินยาง
หนานหวาดเล่า 03 ขุนเจื๋อง ตอน2
ขุนเจืองธรรมิกราช พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ ลำดับที่ ๒ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงแสนยานุภาพทางด้านทหารมากที่สุด สามารถรวบรวมและเป็นใหญ่ ในประเทศ ๖ ประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ทรงมีพระนามใช้เรียกถึง ๓๓ พระนาม พระองค์ทรงเป็นมหาราช จนชนชาติต่าง ๆ อ้างพระองค์เป็นบรรพบุรุษของตนเอง พระองค์ทรงครองราชย์ ขณะพระชนมายุ ๓๗ พระชันษา ทรงสวรรคตในสนามรบ ด้วยวัย ๖๗ พระชันษาในต่างแดน และเหล่าทหารเข้าต่อสู้และแย่งพระศพได้แล้วนำกลับมา ณ เมืองหิรัญเงินยาง
หนานหวาดเล่า 02 ขุนเจื๋อง ตอน1
ขุนเจืองธรรมิกราช พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ ลำดับที่ ๒ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงแสนยานุภาพทางด้านทหารมากที่สุด สามารถรวบรวมและเป็นใหญ่ ในประเทศ ๖ ประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ทรงมีพระนามใช้เรียกถึง ๓๓ พระนาม พระองค์ทรงเป็นมหาราช จนชนชาติต่าง ๆ อ้างพระองค์เป็นบรรพบุรุษของตนเอง พระองค์ทรงครองราชย์ ขณะพระชนมายุ ๓๗ พระชันษา ทรงสวรรคตในสนามรบ ด้วยวัย ๖๗ พระชันษาในต่างแดน และเหล่าทหารเข้าต่อสู้และแย่งพระศพได้แล้วนำกลับมา ณ เมืองหิรัญเงินยาง
หนานหวาดเล่า 01 ก๋าแล
ก๋าแล หรือ กาแล เป็นตำนานที่ชาวเชียงใหม่ในสมัยโบราณ เล่าสืบต่อกันมา แต่ต่อมาภายหลัง ไม่มีใครเล่าถึงความเป็นมาที่แท้จริง อ.สวาสดิ์ จีโน จึงนำมาเล่า ในรายการวิทยุที่ชื่อรายการว่า "หนานหวาดเล่า ฮีตเก่าฮอยหลัง" แสดงความเป็นจริงของก๋าแลในอดีตที่แท้จริง
Subscribe to:
Comments (Atom)